อาณาจักรพม่าในยุคที่สอง เป็นอาณาจักรที่มีความเข้มแข็งทางทหาร เริ่มต้นราชวงศ์จากเมืองตองอูก้าวขึ้นสู่การมีอำนาจทางทหารทีละน้อย พระเจ้าบุเรงนอง (King Bayinnaung) กษัตริย์ลำดับที่สาม แห่งราชวงศ์ตองอู ทรงมีกองทัพขนาดใหญ่และอาวุธที่ทันสมัยจากยุโรป อาณาจักรพม่าในยุคที่สองก้าวขึ้นสู่อำนาจทางทหารอย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น อาณาจักรที่กว้างใหญ่ขึ้นกว่าในอดีตอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พระองค์ทรงครองราชสมบัตินานถึง ๓๐ ปี ทรงขยายอาณาจักรให้เป็นมหาอำนาจทางทหารแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา และลุ่มแม่น้ำโขง มีอาณาจักรขนาดใหญ่ เมื่อพระเจ้าบุเรงนองทรงสวรรคตอาณาจักรพม่าก้าวสู่ความวุ่นวายและนำมาสู่สงครามกลางเมือง บทความนี้ กล่าวถึงการรบใหญ่ที่เมืองสิเรียมปี พ.ศ.๒๑๕๖

กล่าวทั่วไป
ทางตอนใต้ของอาณาจักรพม่าที่บริเวณปากแม่น้ำอิระวดี (Irrawaddy) ชาวโปรตุเกสเป็นเจ้าเมืองสิเรียม (Syriam) มีชื่อว่า ฟิลิปเดอ บริโต นิโคเต (Philip de Brito Nicote) ได้ปรับปรุงป้อมเมืองสิเรียมให้มีความแข็งแรงไว้ป้องกันตัวเมืองจากการรุกรานจากภายนอกและยังเป็นเมืองท่าที่สำคัญ มีความเชี่ยวชาญในการเดินเรือและใช้ปืนใหญ่ทำการรบทางเรือระหว่างเรือรบกับเรือรบ และการใช้ปืนใหญ่ประจำป้อมปืนประจำเมืองทำการยิงป้องกันการเข้าตีจากภายนอก พร้อมทั้งมีความเชี่ยวชาญในการรบทางบกในการใช้อาวุธสมัยใหม่ในขณะนั้น เมื่อกรุงหงสาวดีถึงกาลล่มสลายแล้วจึงขาดอำนาจการปกครองจากศูนย์กลาง เป็นผลให้เมืองสิเรียม (Syriam) มีบทบาทมากยิ่งขึ้นกลายเป็นเมืองศูนย์กลางการค้าของพม่าทางตอนใต้ เมืองจึงมีฐานะทางเศรษฐกิจดีขึ้นแทนกรุงหงสาวดี (จากการเก็บภาษีการค้าที่ท่าเรือ และเจ้าเมืองทำการค้าขายส่วนตัว เป็นผลให้เจ้าเมืองมีฐานะร่ำรวยอย่างรวดเร็ว) ความเปลี่ยนแปลงทางด้านการเมืองของเมืองต่างๆ ตามแนวลุ่มแม่น้ำอิระวดีภายหลังการสวรรคตของพระเจ้านันทบุเรงเป็นไปอย่างรวดเร็วและสับสน เมืองตองอูมีเจ้าเมืองตองอูคนใหม่ (นัดจินหน่อง) ต่อมาเจ้าเมืองสิเรียม (Syriam) ยกกองทัพเข้ายึดเมืองตองอูพร้อมทั้งเผาเมืองเสียหายเป็นจำนวนมาก เจ้าเมืองตองอู (นัดจินหน่อง) ได้ดื่มน้ำสาบานเป็นพี่น้องกับเจ้าเมืองสิเรียม(Philip de Brito Nicote) พร้อมทั้งได้ติดตามไปที่เมืองสิเรียม (Syriam)

เมืองสิเรียม (Syriam) เป็นเมืองท่าเรือตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำหงสากับแม่น้ำย่างกุ้งเป็นดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ต่อมา ฟิลิป เดอบริโต นิโคเต ได้เป็นเจ้าเมืองสิเรียม (Syriam) ปกครองเมืองนาน ๑๓ ปี ปัจจุบันมีชื่อว่าเมืองดันยลิน (Thanlyin) มีพื้นที่ ๓๕๐ ตารางกิโลเมตร

พ.ศ.๒๑๕๕ พระเจ้าอังวะ (พระเจ้าอนันกะเพตลุน/Anaukpetlun Min/Maha Dhamma Raza) ทรงยกกองทัพใหญ่ลงมาทางด้านใต้ด้วยกำลังทหาร ๑๒๐,๐๐๐ คน พร้อมด้วยเรือรบ ๔๐๐ ลำ เข้าล้อมเมืองสิเรียม (Syriam) แต่กำแพงเมืองสิเรียมมีความมั่นคง(ได้รับการปรับปรุงใหม่) อย่างมาก จึงเป็นการยากที่กองทัพอังวะ (Ava) จะตีหักเข้าไปในเมืองให้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ประกอบกับปืนใหญ่ในกองทัพกรุงอังวะ (Ava) มีขนาดเล็กกว่าปืนใหญ่ประจำเมืองสิเรียม (Syriam) นอกจากนี้ กองทัพกรุงอังวะ (Ava) ไม่มีทหารรับจ้างชาวโปรตุเกสอย่างในอดีตจึงขาดอำนาจการยิงในการเข้าตี เจ้าเมืองสิเรียม (Syriam) ได้ส่งคนไปซื้อกระสุนดินดำปืนเพิ่มเติมที่เมืองเบงกอล (แต่ไม่ประสบความสำเร็จ) กองทัพพม่าแห่งกรุงอังวะ (Ava) ล้อมเมืองสิเรียม (Syriam) อยู่นานถงึ ๒ ปี แม้ว่าจะท่มุ กำลังทหารเข้า ตีหลายครั้งก็ยังไม่สามารถที่จะหักเข้าเมืองได้ (ป้อมและหอรบมีความมั่นคงแข็งแรง)