ด้วยพระอุตสาหะโดยมิย่อท้อแต่ประการใด ทรงมุ่งมั่นให้พสกนิกรชาวไทยได้รับสิทธิอย่างเท่าเทียมกัน ดังพระราชดำรัส เมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๐ ว่า “ความมุ่งหวังในการพัฒนาประเทศ ไม่ควรมุ่งหมายแต่เพียงการอยู่ดีกินดีเฉพาะในพระนครเท่านั้น บ้านเมืองเราจะเจริญก้าวหน้าได้ ก็ต่อเมื่อทุกครอบครัวทั่วประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเป็นลำดับ…”
ครั้งนั้น พระองค์ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำ โครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคง ในพื้นที่ดอยยาว ดอยผาหม่น ดอยผาจิ และบ้านร่มฟ้าทอง จังหวัดเชียงราย รวมถึงโครงการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในพื้นที่ภูขัด ภูเมี่ยง ภูสอยดาว จังหวัดพิษณุโลก และโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ซึ่งเป็นโครงการที่มุ่งแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของราษฎรในพื้นที่สูงทางภาคเหนือของประเทศไทย ที่ประสบปัญหาขาดแคลนพื้นที่ทำกินและองค์ความรู้ด้านการเกษตร ส่งผลให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างไม่เหมาะสม และเกิดการบุกรุกพื้นที่ป่าธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น
โครงการดังกล่าวจึงเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรให้แก่ราษฎร เพื่อให้สามารถปรับใช้ให้เหมาะสมกับพื้นที่อยู่อาศัยและการดำรงชีพ โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการเป็นแรงงานของโครงการ จนสามารถพึ่งพาตนเองได้ พร้อมทั้งเรียนรู้การอยู่ร่วมกับป่า การฟื้นฟู และการป้องกันรักษาทรัพยากรป่าไม้ มิให้เกิดการทำลายป่าอีกต่อไป
ปัจจุบัน สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ได้จัดตั้งกระจายอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือจำนวน ๑๘ แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ ๖ จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน พิษณุโลก และกำแพงเพชร
กองทัพบกได้รับมอบหมายให้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในถิ่นฐานของตนอย่างสมดุลและเกิดประโยชน์สูงสุด อันนำไปสู่ความผาสุก ความมั่นคงในการดำรงชีวิต สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างพอเพียง และเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงของชาติในอนาคต
ที่มา: หนังสือ สมเด็จพระบรมราชินีนาถกับงานสิทธิมนุษยชน