เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 6 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) พลเอก อัฏฐพล ลัดใหม่กุลวัฒน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการวิจัยและพัฒนา และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของ พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของชาติ ลดการพึ่งพาการนำเข้ายุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ และเพิ่มขีดความสามารถในการวิจัย พัฒนา ผลิต และซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ภายในประเทศ อันจะนำไปสู่การพึ่งพาตนเองด้านความมั่นคงอย่างยั่งยืน

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงกลาโหมกล่าวว่า สถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบันมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากขึ้น ประเทศไทยจำเป็นต้องมีศักยภาพในการพึ่งพาตนเองด้านการป้องกันประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และบุคลากรภายในประเทศ โดยอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไม่เพียงเป็นเครื่องมือเสริมสร้างความมั่นคงทางทหาร แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างองค์ความรู้ และยกระดับขีดความสามารถทางเทคโนโลยีของประเทศในระยะยาว

ที่ประชุมได้รับทราบแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2563–2580 ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระยะที่ 2 ของการพัฒนา คือ “การสร้างความเข้มแข็ง” โดยมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ตามความต้องการของกองทัพ การส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ การสร้างความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการไทย และการส่งผ่านผลงานวิจัยสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ เพื่อวางรากฐานไปสู่การเป็นประเทศที่สามารถพัฒนาและผลิตยุทโธปกรณ์ได้ด้วยตนเองในอนาคต

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงขีดความสามารถของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข ตลอดจนแนวทางส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา เพื่อพัฒนา Ecosystem ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยให้มีความเข้มแข็ง สามารถแข่งขันได้ และรองรับความต้องการของกองทัพและประเทศในอนาคต

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมยืนยันความมุ่งมั่นในการผลักดันนโยบายด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศตามแนวทางของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคงบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง มีขีดความสามารถทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีอุตสาหกรรมป้องกันประเทศที่เข้มแข็ง เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเสริมสร้างทั้งความมั่นคงและความมั่งคั่งของประเทศในระยะยาว

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
18 มิถุนายน 69