🚩เรื่อง มาตรการควบคุมและรักษาความมั่นคงพื้นที่ชายแดน
| ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพดำเนินมาตรการควบคุมและรักษาความมั่นคงพื้นที่ ชายแดน จำนวน 5 มาตรการ ประกอบด้วย
1) การคงกำลังตามความจำเป็นของสถานการณ์
2) การจัดทำรั้วอิเล็กทรอนิกส์และการใช้ระบบกล้องวงจรปิด
3) การจัดทำรั้วถาวรในพื้นที่ที่มีความชัดเจนของเส้นเขตแดน
4) การจัดสรรพื้นที่บางพื้นที่ให้ทหารผ่านศึกเข้าไปทำกิน และช่วยดูแลรักษาพื้นที่
5) การพัฒนาพื้นที่ที่เหมาะสมเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
ซึ่งทั้ง 5 มาตรการดังกล่าว จะเป็นการปรับเปลี่ยนวิธีการรักษาพื้นที่ชายแดน จากเดิมที่มุ่งใช้กำลังทางทหารเพียงอย่างเดียว ไปสู่การบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภายในและภายนอกกระทรวงกลาโหม เพื่อสร้างความมั่นคงพื้นที่ชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์และเกิดความยั่งยืนในระยะยาว โดยให้ความเร่งด่วนกับพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา เป็นลำดับแรก สำหรับในพื้นที่อื่นให้ดำเนินการได้เมื่อมีความพร้อม
ทั้งนี้ ให้สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นหน่วยรับผิดชอบติดตาม กำกับดูแลการขับเคลื่อนในภาพรวม รวมทั้งประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป
•
🚩เรื่อง มาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568/2569
| ตามที่คณะรัฐมนตรีได้รับทราบมาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2568 ถึง 2569 โดยเฉพาะในมาตรการที่ 4 ที่กำหนดให้หน่วยงานภาครัฐ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ ประหยัดน้ำ และลดการสูญเสียน้ำ จึงให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ดำเนินการดังต่อไปนี้
1) วางแผนและดำเนินมาตรการใช้น้ำอย่างประหยัด ลดการสูญเสียน้ำ ในหน่วยที่ตั้งค่ายทหาร และสถานที่ราชการอย่างเป็นรูปธรรม
2) กำกับ ดูแลและติดตามการใช้น้ำในหน่วยงาน ให้เป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ฤดูแล้ง และไม่ส่งผลกระทบต่อภารกิจด้านความมั่นคง รวมถึงความพร้อมของกำลังพล
3) ประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ แก่กำลังพลและครอบครัว เกี่ยวกับการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและประหยัดน้ำอย่างต่อเนื่อง
•
🚩เรื่อง การแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง
| ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ดำเนินการตามมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง ปี 2569 อย่างเคร่งครัดโดยปฏิบัติการเชิงรุก ทั้งในระยะเตรียมการและระยะปฏิบัติการ มุ่งเน้นการเฝ้าระวัง ควบคุม และลดแหล่งกำเนิดในพื้นที่เสี่ยง พร้อมทั้งสนับสนุนกำลังพล ยานพาหนะ และทรัพยากรที่จำเป็นแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตามที่ได้รับการประสานหรือร้องขอ
ทั้งนี้ ขอให้บูรณาการข้อมูลการติดต่อสื่อสาร และการแจ้งเตือนสถานการณ์ ร่วมกับส่วนราชการและฝ่ายปกครองในพื้นที่ สร้างการรับรู้ และความร่วมมือจากประชาชน พร้อมกำกับดูแลและติดตามการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ และสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล
•
🚩เรื่อง การส่งเสริมและกำกับดูแลมาตรฐานทางจริยธรรม
| ให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ยึดถือและปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและการรักษาจริยธรรม พุทธศักราช 2564 อย่างเคร่งครัด
โดยมุ่งเน้นให้ข้าราชการกระทรวงกลาโหมประพฤติปฏิบัติตน ตามประมวลจริยธรรมของกระทรวงกลาโหม ในการยึดมั่นสถาบันหลักของประเทศอันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ปฏิบัติราชการด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้ กระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ตลอดจนดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี เชิดชูไว้ซึ่งเกียรติยศเกียรติศักดิ์ของข้าราชการกระทรวงกลาโหม
ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการจริยธรรมของส่วนราชการ กำกับ ดูแล ติดตาม รวมทั้งพัฒนาและส่งเสริมการประพฤติปฏิบัติตนของกำลังพลให้เป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อเสริมสร้างมาตรฐานทางจริยธรรม และความน่าเชื่อถือของกระทรวงกลาโหม อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป
•
🚩เรื่อง พิธีเปิดอนุสรณ์สถาน สป. และกิจกรรมกลาโหมร่วมใจ เดิน – วิ่ง ด้วยหัวใจที่เทิดทูน ครั้งที่ 3 ประจำปี พ.ศ. 2569
| ตามที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กำหนดจัดพิธีเปิดอนุสรณ์สถาน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ณ สป. ศรีสมาน ใน 31 มี.ค.69) และกิจกรรมกลาโหมร่วมใจ เดิน – วิ่ง ด้วยหัวใจที่เทิดทูน ครั้งที่ 3 ประจำปี พุทธศักราช 2569 (ณ ศาลาว่าการกลาโหม ใน 26 เม.ย.69) ซึ่งเป็นกิจกรรมสำคัญ ที่สะท้อนถึงความจงรักภักดี ความภาคภูมิใจในสถาบัน และความสามัคคี ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ระหว่างกระทรวงกลาโหมกับประชาชน นั้น
ขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ ประชาสัมพันธ์ การจัดกิจกรรม ผ่านทุกช่องทางการสื่อสารของหน่วยงานอย่างทั่วถึง เพื่อเชิญชวนกำลังพล ครอบครัว และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน
ทั้งนี้ ขอให้ทุกหน่วยสนับสนุน และขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การจัดกิจกรรมบรรลุวัตถุประสงค์ และสะท้อนภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร
•
🚩เรื่อง การจัดตั้งหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วมกองทัพไทย (Joint Capabilities Command : JCC)
| เพื่อรองรับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในปัจจุบัน ครอบคลุมการปฏิบัติการคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สงครามสารสนเทศ การปฏิบัติการทางอากาศ (อาทิ UAS และ CUAS) การปฏิบัติการทางอวกาศ โดยให้กองทัพไทยมีขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมในทุกมิติ (Joint All Domain Operations)
•
🚩เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิบัติงานของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ในกรณีสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย–กัมพูชา
| เป็นผลสืบเนื่องจากการลงนามจัดตั้งกลไก IOT ในที่ประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) เมื่อวันที่ 7 ส.ค.68 และต่อมาได้มีการแปรสภาพเป็นคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT)
โดยในห้วงเวลาที่ผ่านมา การปฏิบัติงานยังมีข้อจำกัดด้านการประสานงานและการส่งผ่านข้อมูลข่าวสารระหว่างฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีข้อเสนอให้จัดทำระเบียบปฏิบัติประจำ (SOP) ของ AOT เพื่อให้การนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นกลาง โปร่งใส และสามารถกำกับดูแลการประสานงานได้อย่างเป็นระบบ รัดกุม และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
•
🚩เรื่อง การปรับปรุงโครงสร้างโรงพยาบาลทศมินทราธิราช (โรงพยาบาลทหารอากาศ (สีกัน) เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิ
| เพื่อดูแลให้บริการทางการแพทย์แก่ประชาชนในเขตพื้นที่ รองรับนโยบาย 50 เขต 50 โรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีแนวทางขยายเตียงรักษาพยาบาลจาก 130 เตียง เป็น 300 เตียง และระดับการให้บริการทางการแพทย์ที่สูงขึ้น โดยทางโรงพยาบาลฯ พร้อมให้บริการในรูปแบบใหม่นี้ในปี 2572
———————–
#สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม (สนฆ.กห.) : 23 กุมภาพันธ์ 2569




