นายกฯ–รมว.กห. ตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ ชื่นชมความพร้อมกองทัพเรือ ยกระดับขีดความสามารถรบ–เทคโนโลยีไร้คนขับ พร้อมพิทักษ์ความมั่นคงทางทะเลและช่วยเหลือประชาชนยามภัยพิบัติ

27 สิงหาคม 2569 ณ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี — นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ ตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ เพื่อติดตามความพร้อมและขีดความสามารถของกองทัพเรือในการปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนศักยภาพของยุทโธปกรณ์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการรักษาอธิปไตยและความมั่นคงทางทะเล รวมถึงความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ

ในการนี้ มี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมคณะ

เมื่อเดินทางถึงสนามบินกองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ (อู่ตะเภา) พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับและรายงานการปฏิบัติ พร้อมเรียนเชิญนายกรัฐมนตรีตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ

จากนั้น มีพิธีมอบเครื่องหมายความสามารถ เพื่อแสดงความขอบคุณ เชิดชูเกียรติ และสดุดีในคุณูปการที่มีต่อกองทัพเรือ โดยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้รับมอบ เครื่องหมายความสามารถผู้ทำการรบพิเศษกิตติมศักดิ์ และเครื่องหมายความสามารถนักโดดร่มกองทัพเรือกิตติมศักดิ์ ส่วนเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้รับมอบเครื่องหมายความสามารถนักโดดร่มกองทัพเรือกิตติมศักดิ์ โดยมี พลเรือเอก กรวิทย์ ฉายะรถี ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นผู้มอบ ก่อนคณะรับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการฝึกและขีดความสามารถของกองทัพเรือ

ต่อมา นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางไปยัง เรือหลวงจักรีนฤเบศร ซึ่งลอยลำอยู่บริเวณอ่าวไทยตอนบน เพื่อเยี่ยมชมการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี 2569 โดยภายหลังการรับการเคารพบริเวณดาดฟ้าบิน คณะได้รับฟังการบรรยายสรุป ณ ห้องศูนย์ยุทธการ และชมการยิงสลุตจำนวน 19 นัด จากเรือหลวงเจ้าพระยา

จากนั้น คณะเดินทางไปยังหอบังคับการบิน เพื่อชมการสาธิตขีดความสามารถทางยุทธการ ทั้งการยิงสนับสนุนฝั่งด้วยปืนใหญ่เรือและอากาศยาน ตลอดจนการนำ เรือหลวงจักรีนฤเบศรมาประยุกต์เป็นฐานควบคุมยานไร้คนขับ (UXV Carrier) สำหรับภารกิจตรวจการณ์ ชี้เป้า และโจมตี พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการจัดแสดงอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และยานผิวน้ำไร้คนขับ (USV) บริเวณดาดฟ้าเก็บอากาศยาน

การสาธิตดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพเรือให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงและรูปแบบการปฏิบัติการทางทหารที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการผสานกำลังรบแบบดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีและระบบไร้คนขับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจการณ์ การรับรู้สถานการณ์ การสนับสนุนการตัดสินใจ และการปฏิบัติภารกิจทางทะเลอย่างมีประสิทธิภาพ

นายกรัฐมนตรีได้ลงนามในสมุดเยี่ยม ความว่า… “จากการตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการและเยี่ยมชมเรือหลวงจักรีนฤเบศรในวันนี้ ผมมีความประทับใจในความทุ่มเทและความเป็นมืออาชีพของเจ้าหน้าที่ทุกคนเป็นอย่างยิ่ง ขอชื่นชมและส่งกำลังใจถึงกำลังพลทุกนายในการรักษาอธิปไตย ความมั่นคง และความสงบสุขของประเทศไทยตลอดไป ‘ราชนาวีไทย คือความภาคภูมิใจของชาติ’”

ภายหลังเสร็จสิ้นการเยี่ยมชมการฝึกกองทัพเรือ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางต่อไปยัง สนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 (หาดยาว) เพื่อเยี่ยมชมศูนย์บัญชาการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย กองทัพเรือ (Incident Command Center: ICC) และติดตามความพร้อมด้านการบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกองทัพในการสนับสนุนรัฐบาลและดูแลประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน

กระทรวงกลาโหมยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนากองทัพให้มีความพร้อมรบและสามารถรับมือภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งในมิติทางทหาร เทคโนโลยี และภัยพิบัติ โดยยึดการรักษาอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ควบคู่กับความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ พร้อมพัฒนาขีดความสามารถ บุคลากร และยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัย สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกสถานการณ์

สำนักโฆษกกระทรวงกลาโหม
27 สิงหาคม 2569